ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
สมัครสมาชิกคลับ!! | กฏกติกามารยาท | กฏระเบียบห้องซื้อขาย-ร้านค้า
**ท่านใดพบปัญหาการสมัครสมาชิกด้วยสมาร์ทโฟน แนะนำให้สมัครสมาชิกโดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ก่อน จากนั้นค่อยใช้สมาร์ทโฟนล๊อกอินเล่นตามปกติ**
ช่องทางสำรองครับ อย่าลืมแอ๊ดเข้ากลุ่มกันไว้ด้วยนะ >> http://www.facebook.com/groups/HondaMobilioClubThailand/

ผู้เขียน หัวข้อ: ประกันรถยนต์ คืออะไร สำคัญไฉน ทำไมต้องทำล่ะ ?  (อ่าน 328 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Pairwara

  • สมาชิกใหม่
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 6492
  • กระทู้: 2
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: หญิง
  • จังหวัด: กรุงเทพ
  • ชื่อเล่น: แพร
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
 Share 
ประกันรถยนต์
เรื่องราวที่แพรจะมาเล่าวันนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับ ประกันรถยนต์ เคยสงสัยกันมั้ยล่ะ ว่าทำไมรถยนต์ส่วนใหญ่เค้าถึงต้องทำประกันภัยรถยนต์กัน มันจำเป็นขนาดนั้นเลยหรอ ?

ในมุมมองของแพรเอง แพรบอกเลยค่ะว่า ประกันรถยนต์ นั้นจำเป็นมาก ! เพราะถือว่าเป็นการกระจายความเสี่ยงรูปแบบนึง การที่เราทำประกันรถยนต์ชั้น1,2+,3+,3 เอาไว้ นั่นหมายความว่าหากเกิดอุบัติเหตุรถชนขึ้น อย่างน้อย ๆ ก็มีเงินจ่ายค่าเสียหายให้กับคู่กรณีอย่างแน่นอนค่ะ

แต่ถ้าเราไม่ได้ทำประกันรถยนต์เอาไว้เลย รับรองว่างานนี้ต้องควักเงินจ่ายค่าซ่อมเองอย่างหนักหน่วงแน่นอนค่ะ

ซึ่งประกันรถยนต์จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
1.ประกันรถยนต์ภาคบังคับ
ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ หรือที่เรารู้จักกันในชื่อของ พ.ร.บ. รถยนต์ เป็นประกันรถยนต์ที่กฎหมายระบุเอาไว้ว่ารถยนต์ทุกคันต้องทำ ! หากไม่มี พ.ร.บ. รถยนต์ นั่นหมายความว่า ทำผิดกฎจราจร
ซึ่ง พ.ร.บ. รถยนต์ จะให้ความคุ้มครองเฉพาะตัวบุคคลเท่านั้น เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าปลงศพ แต่จะไม่ได้ให้ความคุ้มครองกับรถยนต์ของเราเลย

2.ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ
ประกันภาคสมัครใจ ก็ตามชื่อเลยค่ะ เราจะทำ ประกันรถยนต์ หรือไม่ทำก็ได้ กฎหมายไม่ได้บังคับ ซึ่งประกันประเภทก็จะมีหลากหลายความคุ้มครองให้เราเลือกตามต้องการ เริ่มกันที่..

ประกันรถยนต์ชั้น1
ให้ความคุ้มครอง : ซ่อมเขา + ซ่อมเรา + รถชน + รถหาย + รถไฟไหม้ + รถน้ำท่วม
ประกันชั้น1 เป็นประกันรถยนต์ที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมมากที่สุด และยังไม่ได้รับความนิยมมาก ๆ ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการชนแบบมีคู่กรณี หรือ ไม่มีคู่กรณี ประกันชั้น1 ก็ให้ความคุ้มครอง

ประกันรถยนต์ 2+
ให้ความคุ้มครอง : ซ่อมเขา + ซ่อมเรา + รถชนรถ + รถหาย + รถไฟไหม้ + รถน้ำท่วม (บางแผนความคุ้มครอง)
เป็นประกันรถยนต์ที่มีราคาถูกกว่า ประกันรถยนต์ ชั้น1 แถมยังมีความคุ้มครองใกล้เคียงกับประกันชั้น1 มากที่สุดด้วย แต่เราจะเคลมประกันรถยนต์ 2+ ได้ ก็ต่อเมื่อรถยนต์ได้รับความเสียหายจากเหตุรถชนรถ หรือมีคู่กรณีเท่านั้น ! ถ้าไม่มีคู่กรณีเคลมไม่ได้

ประกันรถยนต์ 3+
ให้ความคุ้มครอง : ซ่อมเขา + ซ่อมเรา + รถชนรถ + รถน้ำท่วม (บางแผนความคุ้มครอง) ไม่คุ้มครองรถหาย และรถไฟไหม้
ประกันรถยนต์ 3+ จะให้ความคุ้มครองในเรื่องการชนคล้าย ๆ กับประกันภัยรถยนต์ 2+ คือ จะเคลมได้ก็ต่อเมื่อเป็นเหตุการชนแบบรถชนรถ หรือ แบบมีคู่กรณีเท่านั้น ! และจะไม่คุ้มครองเมื่อรถหาย หรือ รถไฟไหม้

ประกันชั้น 3
ให้ความคุ้มครอง : ซ่อมเขา ไม่ซ่อมรถเรา ไม่คุ้มครองรถหาย และรถไฟไหม้
ประกันรถยนต์ ประเภทนี้ จะมีความคุ้มครองน้อยที่สุด คือ ให้ความคุ้มครองแค่รถยนต์ของคู่กรณีเท่านั้น ไม่ให้ความคุ้มครองรถยนต์ของเรา เช่น เราขับไปชนท้ายรถคันหน้า แล้วเป็นฝ่ายผิด แบบนี้.. ประกันชั้น3 จะให้ความคุ้มครองกับรถคู่กรณีเท่านั้น ส่วนรถยนต์ของเราน่ะหรอ ก็ต้องควักเงินจ่ายค่าซ่อมเอง

ถ้าเพื่อน ๆ อ่านมาตั้งแต่ก็จะได้คำตอบแหละค่ะ ว่าทำไม? ถึงควรทำ ประกันรถยนต์ ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยง เพราะค่าเบี้ยที่เราจ่ายไป ยังไงก็ถูกกว่าค่าซ่อมรถยนต์แน่นอนค่ะ

Tags: